Home อาหารประวัติที่มาความอร่อยของต้มยำกุ้งไทย
ประวัติที่มาความอร่อยของต้มยำกุ้งไทย

ประวัติที่มาความอร่อยของต้มยำกุ้งไทย

อีกหนึ่งอาหารไทยที่ได้รับความนิยมมาช้านานพร้อมกันนี้นับว่าเป็นอาหารประจำชาติของไทยนั่นก็คือ ต้มยำกุ้ง ย้ำว่าต้องเป็นกุ้งด้วยเพราะนี่คือวัตถุดิบชั้นดีที่สามารถหาได้ในเมืองไทย แถมบ้านเรายังมีกุ้งหลากหลายประเภทให้ได้เลือกสรรกันอย่างจุใจ ทว่าอาหารรสชาติเผ็ดร้อน เปรี้ยวนำ ผสานกับความกลมกล่อมของมันกุ้งนี้มีที่มาอย่างไรคงอยากรู้กันแน่ๆ วันนี้จึงรวบรวมข้อมูลอันน่าสนใจเกี่ยวกับประวัติของต้มยำกุ้งมาฝากกัน

ที่มาของอาหารชั้นเลิศอย่างต้มยำกุ้ง

ต้องบอกว่าแม้เป็นอาหารประจำชาติไทยแต่ความแปลกก็คือไม่มีใครรู้ที่มาอันแน่ชัดของต้มยำกุ้งว่ามีจุดกำเนิดมาจากตรงไหนกันแน่ มีผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ท่านได้ให้ความเห็นถึงที่มาขอต้มยำกุ้งเอาไว้อย่างน่าสนใจประกอบไปด้วย

อาจารย์สุจิตต์ วงษ์เทศ ได้มีการเขียนถึงที่มาของต้มยำกุ้งเอาไว้ทำนองว่า เมื่อมีการรับข้าวเจ้ามาจากอินเดียเป็นช่วงเวลาที่พร้อมกันกับการค้าทางทะเลของอันดามันรวมถึงศาสนาพราหมณ์-พุทธ ทำให้การทำกับข้าวเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มีน้ำแกงหลากหลายมากขึ้น ทั้งแกงแบบข้นๆ ตามรูปแบบของอินเดียที่ใส่กะทิกับแกงน้ำที่มาจากจีน อีกทั้งกระทะเหล็กอันมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนยังเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้อาหารไทยพัฒนาอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ยังได้เกิดเมนูใหม่ๆ ขึ้นมาเยอะมาก เช่น ไข่เจียว รวมถึงต้มยำกุ้งที่ใช้วิธีปรุงแบบดั้งเดิมมาเปลี่ยนให้กลายเป็นน้ำใสตามแบบของจีน ทั้งนี้แกงยังแบ่งได้ 2 ประเภทแต่ในความหมายของอาหารคือ แกงจืดมีอิทธิพลมาจากจีนฮั่นตั้งแต่ช่วงอยุธยาตอนต้น เป็นกับข้าวอย่างหนึ่งที่มีน้ำ นอกจากนี้ยังสามารถทำได้หลายชนิด เช่น แกงเนื้อ, แกงปลา, แกงส้ม ฯลฯ

ด้าน ดร.สุวรรณา เกรียงไกรเพ็ชร์ ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์อาคันตุกะแห่งมหาวิทยาลัยโอซาก้า ได้มีการกล่าวถึงคำว่า แกง อย่างน่าสนใจ ระบุว่าเป็นสิ่งที่ถูกระบุเอาไว้ในวรรณคดีมรดกตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ แสดงออกถึงด้านมิติสังคมกับวัฒนธรรมทางอาหาร

แต่จะด้วยที่มาอย่างไรก็ตามต้องถือว่า ต้มยำกุ้ง เป็นอาหารชั้นดีที่คนไทยภาคภูมิใจกับรสชาติที่ตอนนี้กลายเป็นอาหารระดับโลกไปเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าคนไทยหลายๆ คนเองก็นิยมการทานอาหารชนิดนี้ด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้งน้ำข้นหรือต้มยำกุ้งน้ำใสก็ให้รสชาติเปรี้ยว เผ็ด กลมกล่อมลงตัวสุดๆ พร้อมกันนี้ยังดัดแปลงวัตถุดิบอื่นๆ มาทำเป็นต้มยำได้อีกด้วยในยุคนี้ ไปร้านอาหารไทยที่ไหนบนโลกหากไม่มีต้มยำกุ้งเหมือนไม่ได้เข้าร้านอาหารไทยก็ไม่ปาน